24 เมษายน 2024
เข้าใจนักช้อปออนไลน์ เพื่อการเติบโตของ E-commerce

หลังจากโควิด คนไทยก็เผชิญกับวิกฤติเงินเฟ้อ ราคาเชื้อเพลิง ราคาอาหาร และ Consumer Price Index ที่สูงขึ้น

ธุรกิจ เราผ่านวิกฤติหนึ่ง เพื่อมาเจออีกวิกฤติ ยิ่งทำให้คนไทยเหนื่อยหน่าย กับปัญหาต่างๆ ที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันมาร่วม 3 ปีแล้วเข้าสู่ช่วงของการ “ไม่สนใจกับผลที่จะตามมามากนัก” อยากจะทำสิ่งที่ต้องการ กังวลน้อยลงกับผลกระทบของโควิด อยาก “ออกไปใช้ชีวิต” เอาให้คุ้มกับการต้องอดทนอดกลั้น ต่อสู้มาหลายปีเกิดเป็น Revenge Shopping (ซื้อของเพื่อชดเชยความรู้สึกในอดีต) และ Revenge Traveling (การออกเดินทางเพราะรู้สึกถูกจำกัดพื้นที่มาเป็นเวลาเนิ่นนาน) แม้จะเจอกับเงินเฟ้อ การจับจ่ายใช้สอยยังคึกคักอยู่ โดยเฉพาะกับการซื้อของออนไลน์ ภาวะทางเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคา และโปรโมชั่นมากขึ้น แต่สิ่งที่จะทำให้แบรนด์ชนะในระยะยาว กลับเป็นเรื่องของ Experience และ Value ที่ผู้บริโภคจะได้รับสำหรับการเติบโตของออนไลน์ มีการเติบโตในฝั่งของ B2C อย่างชัดเจน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า B2C ของ e-Commerce จะโต 16% Market share ในปี 2565 (14% ในปี 2564) ปัจจัยเสริมการเติบโต คือ ราคา ความคุ้มค่า และ ความมั่นใจที่สูงขึ้น ของการซื้อของออนไลน์ หลังจากช่วงโควิด e-Commerce มีการเติบโตในทุกๆ categories นำโดยหมวดความงาม และสุขภาพ เราจะเห็นถึงความเติบโตเพิ่มขึ้นของอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค เราจะเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของการสั่งของสด เครื่องอุปโภคบริโภค จากเดิมที่เรามักจะไปซื้อของที่ตลาด หรือซูเปอร์มาร์เก็ต

เข้าใจนักช้อปออนไลน์ เพื่อการเติบโตของ E-commerce

นประเทศไทย ผู้บริโภค 86% ซื้อของในหมวด Grocery Delivery ซึ่งสูงรองลงมาจากประเทศเวียดนาม (92%)

สิ่งที่น่าสนใจ คือ แต่ละประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีการซื้อสิ้นค้า Grocery มาส่งที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ข่าวธุรกิจ ในทางกลับกัน คนไทยมักซื้อของในหมวดหมู่ที่หลากหลาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือเมื่อสิ่งของ “Grocery” มาส่งที่บ้าน ส่วนใหญ่เป็น อาหารและเครื่องดื่ม หรือของใช้ เช่น 95% เครื่องดื่ม 95% ผลิตภัณฑ์นม และผ้าอ้อม89% ของทานเล่น/ขนมขบเคี้ยวที่น่าสนใจ คือ ของเล่นและเกมส์ ต่างก็มีการสั่งทางช่องทางนี้ 92% สินค้าสุขภาพความงาม 85% และ Personal care 83%เดิมคนไทยชอบไปลองสินค้าเหล่านี้ที่ร้าน เพื่อดูรูป รส กลิ่น และสัมผัสการทำงานของอุปกรณ์ แต่ตอนนี้พวกเขาดูจากรีวิว หาข้อมูลเปรียบเทียบ และสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น บางกลุ่มก็ใช้ความเคยชิน สั่งแบรนด์ หรือ Variant เดิมๆ เพราะต้องการความเร็ว ดังนั้น Brand Experience และ Product efficiency ซึ่งสำคัญมากๆ Brand loyalty/Love ยิ่งสำคัญ เพราะผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มใช้ความมั่นใจ ความเคยชินสั่งแบรนด์เดิมๆ จาก Delivery Service นั่นเอง49% ของผู้บริโภคไทยซื้ออุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ ทางออนไลน์ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็มีสัดส่วนที่ไม่ต่างกันมาก 51% ในอินโดนีเซีย 45% ในเวียดนาม 44% ที่ฟิลิปปินส์ และ 42% ในมาเลเซียในช่วงแรกๆ ของการเติบโตของ e-Commerce ผู้คนมักจับจ่ายใช้สอยสินค้าประเภทความงาม เสื้อผ้า ของชำร่วย/ของใช้ แต่ในปัจจุบัน การซื้อของออนไลน์ในหมวดหมู่อื่นๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และกลายเป็นพฤติกรรมธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันสำหรับผู้บริโภคชาวไทย นอกเหนือจากเรื่องของราคา โปรโมชั่น และความคุ้มค่า สิ่งที่มีความสำคัญในการซื้อสินค้าออนไลน์ คือ “ความหลากหลายของสินค้า” คนไทยชอบเลือก ชอบเปรียบเทีย และใช้เวลาในการเลือกให้ เข้ากับตัวเองมากที่สุดดังนั้น “ความหลากหลาย” จึงเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการกระตุ้นการตัดสินใจในการซื้อ อีกปัจจัยหนึ่ง คือ “คุณภาพ” ซึ่งมีคะแนนที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ในเอเซียแปซิฟิค เพราะคนไทยซื้อของออนไลน์บ่อย หากแต่ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเล็ก หรือใหญ่ หรือหมวดหมู่ไหน ความคาดหวังด้านคุณภาพที่เหมาะสม